Blog 20

รอยยิ้มขาวสว่างสดใสนั้นสำคัญต่อการมีบุคลิกที่ดีก็จริง แต่อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการมีลมหายใจหอมสดชื่น ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นใจและทำให้ใช้ชีวิตประจำได้อย่างดี ทั้งนี้การมีลมหายใจหอมสดชื่นไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใด เพียงแค่คุณปฏิบัติตามเคล็ดลับดังต่อไปนี้

  1. บ้วนปากและใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ

หนึ่งสาเหตุทำสำคัญที่ทำให้มีกลิ่นปากคือคราบพลัคและเศษอาหารในซอกฟัน เพื่อป้องกันกลิ่นปากจากคราบพลัคและเศษอาหาร คุณต้องบ้วนปากทุกครั้งหลังมื้ออาหารและใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำเพื่อกำจัดเศษอาหารตามซอกฟัน

  1.  หลีกเลี่ยงอาหารที่ก่อให้เกิดกลิ่นปาก

หากคุณกังวลว่าจะมีกลิ่นปากในการประชุมหรือการนัดเดทที่สำคัญ อย่าลืมหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดกลิ่นปาก กระเทียมและหอมหัวใหญ่ (โดยเฉพาะแบบดิบ) เป็นตัวขึ้นชื่อในการก่อกลิ่นปาก อย่ารับประทานอาหารประเภทนี้ก่อนเข้าร่วมกิจกรรมสำคัญของคุณ

  1. ทำความสะอาดลิ้น

คราบพลัคมักสะสมอยู่ที่ลิ้นและลามไปสู่ฟัน ทำให้เกิดกลิ่นปากและฟันหมองคล้ำ คุณหลีกเลี่ยงปัญหานี้ได้โดยการทำความสะอาดลิ้นด้วยอุปกรณ์ทำความสะอาดลิ้น เพื่อให้มีลมหายใจหอมสดชื่นตลอดวัน

  1. เลิกสูบบุหรี่

การสูบบุหรี่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลหลักที่ทำให้คนมีกลิ่นปาก หากคุณกำลังมีปัญหาเรื่องกลิ่นปากอยู่แล้ว การสูบบุหรี่จะยิ่งทำให้ปัญหานี้ทวีความรุนแรงขึ้น และยังก่อให้เกิดคราบสีและปัญหาเหงือก และมีสารก่อมะเร็งอีกด้วย ดังนั้นคุณจึงควรเลิกสูบบุหรี่ คุณอาจเลือกเข้ารับบริการฟอกฟันขาวที่ The Smile Bar Bangkok เพื่อรักษาคราบสีของคุณ

  1. มีอุปนิสัยถูกสุขลักษณะ

ควรเริ่มเปลี่ยนแปลงอุปนิสัยทีละน้อย เพื่อกำจัดกลิ่นปากให้หมดไป การบ้วนปากทุกครั้งหลังมื้ออาหาร งดอมลูกอมแล้วหันไปเคี้ยวหมากฝรั่งสูตรปราศจากน้ำตาล ลดจำนวนกาแฟ/ชาที่ดื่มเป็นการเปลี่ยนแปลงง่ายๆ ที่ดีที่ทำให้คุณมีลมหายใจหอมสดชื่นอย่างยาวนาน และอย่าลืมดูแลเหงือกของคุณ เพราะเหงือกที่มีปัญหามักก่อให้เกิดคราบพลัคและกลิ่นปากตามมา

8 ปัญหาสุขภาพฟันควรรู้ก่อนสาย

  1. ทำให้ปากชุมชื่นเสมอ

กลิ่นปากอาจเกิดจากการที่ปากแห้ง ขาดน้ำลายก็ได้ เราต้องดื่มน้ำมากๆ รับประทานผักผลไม้เช่นแอปเปิล คื่นช่าย แครอทและอื่นๆ เพื่อให้ในช่องปากปากชุ่มชื่นอยู่เสมอ ทั้งนี้ ในระหว่างวัน คุณอาจเคี้ยวหมากฝรั่งสูตรปราศจากน้ำตาลก็ได้

back