Blog 11

ทำเองที่บ้านกับ 3 วิธีไม่ยุ่งยาก

ฟันขาวสดใสก็เหมือนการมีผมยาวสลวย เพราะเป็นสิ่งที่ใครๆ ในโลกความสวยความงามอยากมีกัน แต่ในทางปัจจุบัน การมีฟันหลืองหมองคล้ำ ก็เหมือนมีสุขภาพผมที่ไม่ดีไม่สมบูรณ์นั่นเอง ซึ่งในปัจจุบัน คนอเมริกันใช้จ่ายเงินไปกับบรรดาผลิตภัณฑ์ฟอกฟันรวมแล้วกว่า 1.4 พันล้านดอลลาร์ทุกปี นั่นหมายความว่าเงินก้อนมหาศาลนี้ถูกใช้จ่ายไปเพื่อแลกกับเฉดสีฟันที่ต่างจากเดิม และเราขอยอมรับเป็นคนแรกเลยว่าก็เป็นคนหนึ่งที่เคยลองผลิตภัณฑ์เหล่านี้ เคยแม้กระทั่งไปพบทันแพทย์ครั้งหนึ่ง มันก็ได้ผลอยู่พักหนึ่งนะ แต่ทำให้ฟันบางมากจนทนแทบไม่ไหว แล้วก็รู้สึกว่าจริงๆ แล้ว เราก็ไม่จำเป็นต้องคลั่งเรื่องสีฟันจนต้องไปจ่ายเงินให้คนที่ทำให้เราเจ็บฟันเลย เราก็เลยมองหาวิธีตามธรรมชาติอื่นๆ แทน เพราะคิดว่า แค่อดทนนิดหน่อย เดี๋ยวฟันก็กลับมาขาวได้เอง เพราะการดูแลรักษาฟันดีๆ ให้มันขาวสะอาดย่อมดีกว่าไปฟอกฟันขาวอย่างบ้าคลั่ง

ฟันเหลืองเพราะอะไร?

ก่อนหาวิธีทำให้ฟันขาวสดใส เราต้องรู้ก่อนว่าทำไมฟันจึงเหลือง และสาเหตุสำคัญก็มีหลายข้อ เช่นเรื่องของกรรมพันธ์ อาหารและเครื่องดื่ม และการรักษาอนามัยในช่องปาก ฟันหนึ่งซี่จะประกอบไปด้วยเคลือบฟัน 4 ชั้นซึ่งมีลักษณะเป็นสีขาวเข้ม มีไว้ปกป้องฟัน มีเนื้อฟันไว้รองรับเคลือบฟันและมีสีเหลืองเข้ม ในเนื้อฟันมีเส้นประสาท โพรงประสาทฟัน ซึ่งอยู่ใจกลางของฟันที่มีทั้งเส้นเลือดและหลอดน้ำเหลือง องค์ประกอบสุดท้าย คือเคลือบรากฟันที่คลุมรากฟันอยู่

เคลือบฟันและเนื้อฟันนี้เองที่ส่งผลกับสีฟันโดยตรง ปกติแล้ว อาหารและเครื่องดื่มบางประเภทจะทำให้เคลือบฟันเป็นคราบได้ทันที แต่ 2 ต้นเหตุสำคัญที่ทำร้ายฟันในระยะยาวคืออาหารและเครื่องดื่มที่กัดกร่อนเคลือบฟัน ทำให้เคลือบฟันของเราอ่อนแอเมื่ออายุมากขึ้น เมื่อเคลือบฟันเริ่มบาง เจ้าเนื้อฟันสีเหลืองก็เริ่มเผยตัว และวิธีต่างๆ ที่ทำให้ฟันขาวล้วนมีไว้แก้ไขปัญหาให้ฟันที่สูญเสียเคลือบฟันไปแล้ว ดังนั้นเราควรตระหนักไว้ว่าการรักษาเคลือบฟันให้แข็งแรงนั้นสำคัญพอๆ กับการไม่ทำร้ายเคลือบฟันเลยทีเดียว อย่าลืมว่ากันไว้ดีกว่าแก้นะจ๊ะ!

  1. ยาสีฟันผสมน้ำมะนาวและเบคกิ้งโซดา

ตัวเบคกิ้งโซดาเองไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้ฟันขาวได้ แต่โซเดียมคาร์บอร์เนต (ชื่อทางการของมัน) ต่างหากที่เป็นสารขัดอ่อนๆ ช่วยขจัดคราบบนผิวฟันอย่างอ่อนโยนให้ฟันกลับมาสดใสดังเดิม ทั้งนี้สารโซเดียมคาร์บอเนตมีฤทธิ์เป็นด่าง (ตรงข้ามกับฤทธิ์เป็นกรด) ถ้าช่องมีสภาพเป็นกรดหรือคุณรับประทานอาหารที่เป็นกรดมากๆ โซเดียมคาร์บอเนตนี้จะช่วยทำให้มีค่า PH ที่สมดุล ซึ่งดีต่อช่องปากเพราะกรดจะเป็นตัวทำลายเคลือบ เจ้าสารนี้ยังช่วยลดกรดในน้ำมะนาวที่มีคุณสมบัติเป็นสารฟอกโดยธรรมชาติ ปกติ เราจะใช้เบคกิ้งโซดาผสมน้ำเปล่าสลับกับน้ำมะนาวในบางวัน เพราะไม่อยากใช้ตัวใดตัวหนึ่งมากเกินไป

คุณต้องมี…

– เบคกิ้งโซดา
– น้ำมะนาวหรือน้ำเปล่ามากพอที่จะทำยาสีฟัน
– แปรงสีฟัน

วิธีการ

ผสมเบคกิ้งโซดาหลายๆ ช้อนชาเข้ากับน้ำมะนาวสด (หรือน้ำเปล่า) เพื่อทำยาสีฟัน ใช้กระดาษทิชชู่เช็ดฟันและน้ำลายให้แห้ง ปาดยาสีฟันลงบนแปรงแล้วเริ่มแปรง จากนั้นพักไว้ 1 นาทีก่อนจะบ้วนปากเพื่อป้องกันกรดกัดเคลือบฟัน หากใช้แค่น้ำเปล่าผสมก็อาจทิ้งไว้ได้นานถึง 3 นาที


 

Top 5 Tips to Get a Brighter Smile

 

  1. สครับสตรอเบอร์รี่ เกลือและเบคกิ้งโซดา

สตรอเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง ช่วยกำจัดคราบพลัคที่ทำให้ฟันเหลือง ทั้งยังมีเอนไซม์ชื่อว่ากรดมาลิคช่วยขจัดคราบสีบนผิวฟัน เกลือเป็นตัวขัดฟัน ใช้ขัดคราบฟันและขี้ฟัน และเบคกิ้งโซดาที่ส่วนผสมพิเศษที่อาจเลือกไม่ใช้ก็ได้ (เราแค่ชอบใส่เบคกิ้งโซดากับทุกอย่างที่ใช้ดูแลฟันน่ะ)

คุณต้องมี…

-สตรอเบอร์รี่ 1 – 3 ลูกใหญ่ๆ
-เกลือเล็กน้อย
-เบคกิ้งโซดาครึ่งช้อนชา (เป็นตัวเลือก)

วิธีการ

บดสตรอเบอร์รี่เป็นชิ้นๆ ผสมเกลือลงไปเล็กน้อย และเบคกิ้งโซดาครึ่งช้อนชาหากต้องการ ใช้กระดาษทิชชู่เช็ดน้ำลายบนฟันให้แห้ง แล้วปาดส่วนผสมทั้งหมดบนแปรงสีฟันแล้วแปรง พักไว้ 5 นาทีก่อนบ้วนปาก โดยให้ทำเช่นนี้ทุกคืน


 

  1. บ้วนปากด้วยน้ำมันมะพร้าว

เรารู้ว่ามันฟังดูบ้ามาก (เราก็คิดเหมือนกันตอนที่อ่านเจอเทคนิคนี้ครั้งแรก) แต่การบ้วนปากด้วยน้ำมันมะพร้าว (เรียกว่าออยพูลลิ่ง) เป็นวิธีการเก่าแก่ที่ใครๆ มั่นใจว่าจะดีกับฟันอย่างแน่นอน ถึงแม้มันอาจฟังดูไม่ใช่อะไรที่น่าอร่อยนัก แต่จริงๆ แล้ว เราก็ไม่ค่อยสนใจเรื่องรสชาติของมันหรอก เราเชื่อว่าวิธีนี้จะทำให้ฟันคุณเปลี่ยนเฉดสีได้ ไม่ใช่เพราะมันมีสารฟอกฟันขาว แต่เพราะกรดลอริคในน้ำมันมะพร้าวช่วยกำจัดแบคทีเรียในคราบพลัคที่จะทำให้ฟันเหลือง และยังเชื่อกันว่าช่วยทำให้เหงือกแข็งแรงและทำให้ลมหายใจสดชื่น

คุณต้องมี…

– น้ำมันมะพร้าวประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีการ

ตอนเช้า ก่อนแปรงฟัน ใช้น้ำมันมะพร้าวหนึ่งช้อนโต๊ะ หรืออาจน้อยกว่านั้น (ขึ้นอยู่กับขนาดปากของคุณ) โดยอาจผสมน้ำให้เจือจางหรือใช้น้ำมันมะพร้าวเพียวๆ เลยก็ได้ (ฉันชอบทำอย่างหลัง แล้วปล่อยให้มันจางเอง) กลั้วปากด้วยน้ำมันมะพร้าวประมาณ 15 นาทีค่อยบ้วนออก แล้วบ้วนน้ำตาม และแปรงฟันตามปกติ

หมายเหตุ: คุณอาจใช้ยาสีฟันสูตรใดสูตรหนึ่งตบท้ายหลังการแปรงฟันก่อนนอนก็ได้

วิธีการเหล่านี้จะทำให้คุณมีฟันขาวสดใสชัดเจนภายในหนึ่งสัปดาห์ไหมน่ะหรือ? ไม่เลย แต่คุณอาจจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง แต่จะไม่ทันทีทันใดเหมือนพวกผลิตภัณฑ์ต่างๆ แล้วฟันของคุณจะขาวจนใครๆ ต้องเหลียวมองไหมน่ะหรือ? ไม่มีทาง และเราก็คิดว่าไม่เป็นอย่างนั้นจะดีกว่านะ สำหรับเราเอง เราเห็นได้ว่าตั้งแต่ใช้วัตถุดิบตามธรรมชาติเหล่านิ้ ฟันของเราขาวขึ้นจริงๆ สุขภาพปากดีขึ้นเพราะ เราอยู่ในโลกที่คนโฟโต้ช็อปหน้าตา (และฟัน) ดาราสวยๆ หล่อๆ ก็เป็นต้นแบบความสวยหล่อของเรา ทำให้คนปกติแบบพวกเราอยู่ยากขึ้น ผลก็คือเราจะลืมไปว่าอะไรคือสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเอง และใช้เงินไปมากมายเพื่อให้เหมือนคนในอุดมคติ การใช้วิธีการตามธรรมชาติทำให้ประหยัดเงินไว้ใช้กับสิ่งที่ดีกว่า และทำให้มีสุขภาพปากที่ดีกว่า (เพราะที่สุดแล้ว สุขภาพต่างหากที่ทำให้เกิดความงามที่แท้จริง)

เคล็ดลับ:

– ทำให้เป็นกิจวัตร กำหนดเวลาทำตามขั้นตอนเหล่านี้ และทำอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ได้ผลที่สุด

– ใช้ ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 3% (ย้ำว่า 3%) เป็นน้ำยาบ้วนปากจะทำปฏิกิริยาให้ฟันขาวขึ้นได้ เจ้าสารนี้เป็นส่วนผสมอยู่ในผลิตภัณฑ์สำหรับฟันขาวหลายๆ ตัวในท้องตลาด แต่มีความเข้มข้นมากกว่า (และแพงกว่าเช่นกัน)

– หลีกเลี่ยงน้ำดื่มสีเข้มเช่น โค้กหรือกาแฟที่อาจทำให้ฟันเป็นคราบ นี่อาจเป็นความรู้ง่ายๆ ที่ทำได้ยากมากในปัจจุบัน แต่ขอให้คุณพยายามหลีกเลี่ยงเถอะนะ

หมายเหตุ: ลองอ่านหนังสือ Everyday Roots Book ซึ่งเป็นหนังสือที่เราจัดทำขึ้นเพื่อช่วยให้คุณเลิกใช้ผลิตภัณฑ์และยาที่เป็นอันตราย แล้วหันมาใช้วิธีการที่เป็นธรรมชาติและปลอดภัยกว่า หนังสือเล่มนี้มีวิธีการดีๆ ที่ทำได้ที่บ้านมากกว่า 215 เคล็ดลับ และเนื้อหาครอบคลุมทุกอย่างที่คุณควรรู้เพื่อปกป้องครอบครัวและประหยัดค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน

THE DONT’S– How to sustain your newly whitened teeth

 

back